จังหวัดอุบลราชธานี
คำขวัญ
  "เมืองดอกบัวงาม แม่น้ำสองสี มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน ถิ่นไทยนักปราชญ์ ทวยราษฏร์ใฝ่ธรรม งามล้ำเทียนพรรษา ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์"
ข้อมูลทั่วไป
อุบลราชธานี เป็นจังหวัดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียง เหนือ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เป็นระยะทาง 629 กิโลเมตร มี แม่น้ำมูลไหลผ่านตอนกลางของพื้นที่ ดินแดนแถบนี้มีชน ชาวข่าและส่วย อพยพมาจากกรุงศรีสัตนาคนหุต เข้ามา อาศัยอยู่ตั้งแต่ก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาในสมัยพระ บาทสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาโลก ท้าวคำผงได้รวบรวมผู้คนมาตั้ง หลักแหล่งในบริเวณที่ราบลุ่มริมแม่น้ำมูล และภายหลังได้ รับการแต่งตั้งเป็นพระประทุมวรราชสุริยวงศ์ เจ้าเมือง อุบลราชธานีคนแรก จังหวัดอุบลราชธานีมีพื้นที่ประมาณ 15,517 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็นหลายอำเภอ ได้แก่ อำเภอ เมือง อำเภอวารินชำราบ อำเภอเดชอุดม อำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอตระการพืชผล อำเภอเขมราฐ อำเภอน้ำยืน อำเภอเขื่องใน อำเภอบุญฑริก อำเภอศรีเมืองใหม่ อำเภอม่วงสามสิบ อำเภอนาจะหลวย อำเภอโขงเจียม อำเภอกุดข้าวปุ้น อำเภอโพธิ์ไทร อำเภอตาลสุม อำเภอสิรินธร อำเภอสำโรง กิ่งอำเภอดอนมดแดง กิ่งอำเภอทุ่งศรีอุดม กิ่งอำเภอนาเยีย กิ่งอำเภอนาตาล กิ่งอำเภอเหล่าเสือโก้ก กิ่งอำเภอสว่างวีระวงศ์
อาณาเขต
ทิศเหนือ  ติดต่อกับจังหวัดอำนาจเจริญ
ทิศใต้  ติดต่อกับประเทศกัมพูชา ตามแนวเทือกเขาบรรทัด
ทิศตะวันออก  ติดต่อกับประเทศลาว
ทิศตะวันตก  ติดต่อกับจังหวัดยโสธรและศรีสะเกษ
 ระยะทางจากตัวเมืองไปยังอำเภอต่างๆ
- อำเภอวารินชำราบ 2 กิโลเมตร
- อำเภอสำโรง 26 กิโลเมตร
- อำเภอตาลสุม 34 กิโลเมตร
- อำเภอม่วงสามสิบ 35 กิโลเมตร
- อำเภอเขื่องใน 38 กิโลเมตร
- อำเภอตระการพืชผล 45 กิโลเมตร
- อำเภอเดชอุดม 45 กิโลเมตร
- อำเภอพิบูลมังสาหาร 45 กิโลเมตร
- อำเภอศรีเมืองใหม่ 66 กิโลเมตร
- อำเภอกุดข้าวปุ้น 71 กิโลเมตร
- อำเภอสิรินธร 72 กิโลเมตร
- อำเภอโขงเจียม 75 กิโลเมตร
  - อำเภอบุณฑริก 87 กิโลเมตร
- อำเภอโพธิ์ไทร 95 กิโลเมตร
- อำเภอน้ำยืน 101 กิโลเมตร
- อำเภอเขมราฐ 106 กิโลเมตร
- อำเภอนาจะหลวย 135 กิโลเมตร
- กิ่งอำเภอสว่างวีระวงศ์ 20 กิโลเมตร
- กิ่งอำเภอเหล่าเสือโก๊ก 7 กิโลเมตร
- กิ่งอำเภอดอนมดแดง 35 กิโลเมตร
- กิ่งอำเภอนาเยีย 35 กิโลเมตร
- กิ่งอำเภอทุ่งศรีอุดม 74 กิโลเมตร
- กิ่งอำเภอนาตาล 93 กิโลเมตร
การเดินทาง

ทางรถยนต์
ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ไปสระบุรี เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ต่อด้วยทางหลวงหมาย เลข 24 (สายโชคชัย-เดชอุดม) ไปจนถึงอุบลราชธานี หรือใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา แล้วต่อด้วยทางหลวง หมายเลข 226 ผ่านบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ถึงอุบลราชธานี

ทางรถโดยสารประจำทาง
มีทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือทุกวัน สอบถามรายละเอียด ได้ที่ โทร. 272-0295 (รถธรรมดา) ที่อุบลราชธานี โทร. (045) 241831 และ โทร. 272-5299 (รถปรับอากาศ)

ทางรถไฟ
มีรถด่วน และรถเร็ว กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ทุกวัน และยังมีรถธรรมดาจากนครราชสีมา-อุบลราชธานี และสุรินทร์-อุบลราชธานี อีกด้วย รายละเอียดสอบถามได้ที่หน่วยบริการเดินทาง โทร. 223-7010, 223-7020

ทางเครื่องบิน
บริษัทการบินไทย จำกัด มีเครื่องบินรับส่งผู้โดยสารและพัสดุภัณฑ์ ระหว่างกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทการบินไทย จำกัด ถนนหลานหลวง กรุงเทพฯ โทร. 280-0060, 628-2000 หรือที่อุบลราชธานี โทร. (045) 313340-4

เทศกาลงานประเพณี
1. งานประเพณีมหาสงกรานต์แก่งสะพือ จัดขึ้นในเดือนเมษายน ทางเทศบาลพิบูลมังสาหาร ได้กำหนดจัด งานประเพณีสงกรานต์แก่งสะพือขึ้นเป็นประจำ ในงานมีการ ประกวดธิดาสงกรานต์ การออกร้านจำหน่ายสินค้าของภาคเอกชน มีการละเล่นกีฬาพื้นเมือง และการประกวดการเล่นดนตรีพื้นบ้าน อีสาน
2. งานแห่เทียนพรรษา เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดอุบลราชธานี จัดให้มีขึ้นในวันอาสาฬบูชา ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 8 และวันเข้าพรรษา บริเวณทุ่งศรีเมืองและศาลาจตุรมุข มีการประกวดต้นเทียน 2 ประเภท คือ ประเภทติดพิมพ์ และประเภทแกะสลัก โดยขบวนแห่จากคุ้มวัดต่างๆ พร้อมนางฟ้าประจำต้นเทียน จะเคลื่อนขบวนจากหน้าวัดศรีอุบลรัตนารามไปตามถนน มาสิ้นสุดขบวนที่ทุ่งศรีเมือง ในตอนกลางคืนจะมีมหรสพและการแสดงสมโภชต้นเทียน และเห็นแสงไฟต้องลำเทียนงามอร่ามไปทั้งงาน
สถานที่น่าสนใจ
1. ทุ่งศรีเมือง เป็นทุ่งกว้างกลางเมือง เดิมเป็นที่นาของเจ้าเมือง ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 5 โปรดฯ ให้งดการทำนาที่ทุ่งศรีเมือง เพื่อรักษาไว้เป็นที่พักผ่อนของชาวเมือง และเป็นที่ จัดเทศกาลงานบุญต่าง ๆ ในบริเวณมีอนุสาวรีย์พระประทุมวรราชสุริยวงศ์ ส่วนทางทิศใต้เป็นที่ประดิษฐานศาลหลักเมือง
2. วัดทุ่งศรีเมือง ตั้งอยู่ที่ถนนหลวง มีพระอุโบสถสวยงาม เป็นสถาปัตยกรรมอีสาน ได้รับอิทธิพล จากศิลปะรัตนโกสินทร์ สร้างในราวต้นสมัยรัชกาลที่ 3 ภายในมีจิตรกรรมฝา ผนังที่บ่งบอกถึงอารยธรรมและวัฒนธรรมของคนอุบล ในสมัยโบราณเมื่อ 200 กว่าปีมาแล้ว นอกจากนี้ยังมีหอไตรกลางน้ำ สร้างด้วยไม้ ลักษณะอาคารเป็นแบบ ไทย เป็นเรือนฝาปะกน ขนาด 4 ห้อง เก็บตู้พระธรรมลงรักปิดทอง หลังคามี ลักษณะเป็นศิลปะไทยผสมพม่า มีช่อฟ้าใบระกาแต่หลังคาซ้อนกันหลายชั้น ส่วน ลวดลายแกะสลักบนหน้าบันทั้งสองด้านเป็นศิลปะแบบลาว เป็นสถาปัตยกรรม อีสานที่สวยงามและสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง
3. วัดสุปัฏนารามวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ถนนสมเด็จ ริมฝั่งแม่น้ำมูล เป็นวัดธรรมยุตินิกายวัดแรกของอีสาน สร้างเมื่อ 2396 โดยพระพรหมราชวงศา (พระอุปราชกุทอง) มีภูมิทัศน์ที่ ร่มรื่นสวยงาม พระอุโบสถเป็นศิลปะผสมไทย จีน และยุโรป หน้าโบสถ์มีรูป สิงโตสองตัว ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระสัพพัญญูเจ้า พระพุทธรูป ปางมารวิชัยขัดเงาที่สง่างาม มีหอศิลปวัฒนธรรม เก็บรักษาโบราณวัตถุ เช่น เสมาหิน ศิลาจารึก และทับหลัง
4. แก่งสะพือ อยู่ในตัวอำเภอพิบูลมังสาหาร ห่างจากตัวเมืองตามทางหลวงหมายเลข 217 ประมาณ 45 กิโลเมตร คำว่า "สะพือ" เพี้ยนมาจากภาษาส่วย แปลว่า "งูใหญ่หรืองูเหลือม" เป็นแก่งหินที่สวยงามในแม่น้ำมูล ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับ เที่ยวชม คือ ช่วงหน้าแล้ง ในเดือนมกราคม - พฤษภาคม เพราะน้ำลดระดับมองเห็นแก่งหินได้ชัดเจน ริมฝั่งแม่น้ำมี ศาลาพักร้อน และร้านขายสินค้าพื้นเมือง มีการจัดงานประเพณีสงกรานต์แก่งสะพือ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของ ทุกปี
5. เขื่อนสิรินธร อยู่ห่างจากตัวเมือง 70 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 217 เป็นเขื่อนหินแกนดินเหนียว สร้างกั้นลำโดมน้อย อัน เป็นสาขาของแม่น้ำมูล ตัวเขื่อนสูง 42 เมตร ยาว 940 เมตร อำนวยประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและการชล ประทาน ริมทะเลสาบมีสวนสิรินธร ตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับ รูปปั้นและน้ำพุสวยงาม มีบริการบ้านพักรับรอง ติดต่อได้ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ
6. แก่งตะนะ เป็นแก่งหินกลางลำน้ำมูลที่ใหญ่ที่สุด สายน้ำที่ไหลผ่านแก่งตะนะเกิดเป็นน้ำตกใหญ่น้อยสวยงามน่าชม นอกจากนี้ ยังมีดอนตะนะ เป็นดอนทรายกลางลำน้ำมูล และแบ่งแม่น้ำออกเป็นสองสาย กว้างประมาณ 450 เมตร ยาว 700 เมตร มีต้นไม้ใหญ่และมีป่าสักขึ้นตามธรรมชาติ มีสะพานแขวนสำหรับเดินข้ามไปดอนตะนะได้ แก่งคันเหว่ แนวหินยาวประมาณ 1 กิโลเมตร และยังมีหาดทรายตามแก่งหิน มีหลุมและรอยแหว่งเว้า ปรากฏบนหินอยู่ทั่วไป
7. น้ำตกตาดโตน ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2173 .ซึ่งแยกจากทางหลวงหมาย เลข 217 เข้าไปประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีความสวย งามมากแห่งหนึ่ง เกิดจากลำห้วยตาดโตน ไหลผ่านลานหินแล้ว ตกลงสู่ที่ลุ่ม เกิดเป็นแอ่งน้ำสามารถลงเล่นน้ำได้ มีน้ำเย็นใส สะอาด บริเวณโดยรอบเป็นป่าไม้ มีดอกไม้ขึ้นตามธรรมชาติใน ช่วงปลายฤดูฝน
8. แม่น้ำสองสี หรือดอนด่านปากแม่น้ำมูล อยู่ในเขตบ้านเวินบึก ห่างจากตัวจังหวัดอุบลราชธานี 84 กิโลเมตร นั่งเรือจากตัวอำเภอ โขงเจียมไปประมาณ 5 นาที เป็นบริเวณที่แม่น้ำสองสายมาบรรจบกัน คือแม่น้ำโขงสีปูน แม่น้ำมูลสีคราม ในเดือน เมษายนจะเป็นเดือนที่เห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนที่สุด จุดที่สามารถมองเห็นแม่น้ำสองสีได้อย่างชัดเจนได้แก่ บริเวณลาดริมตลิ่งหน้าวัดโขงเจียม และที่หมู่บ้านห้วยหมาก นอกจากนี้แล้วบริเวณโขงเจียมยังมีบริการเรือล่องชม ทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำโขงด้วย
9. เขื่อนปากมูล เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สร้างกั้นแม่น้ำมูลที่บ้านหัวเหว่ มีความสูง 17 เมตร ยาว 300 เมตร อำนวยประโยชน์ ในด้านการเกษตรและผลิตกระแสไฟฟ้า อยู่ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานี 75 กิโลเมตร และห่างจากจุดบรรจบของแม่ น้ำมูลและแม่น้ำโขงประมาณ 6 กิโลเมตร สันของเขื่อนปากมูลสามารถใช้เป็นเส้นทางลัดจากอำเภอโขงเจียมไปยัง อำเภอสิรินธรได้โดยไม่ต้องย้อนไปอำเภอพิบูลมังสาหาร นอกจากนี้สามารถเช่าเรือจากบริเวณท้ายเขื่อนล่องไปตามลำ น้ำมูลเพื่อไปชม บริเวณที่เรียกว่า "แม่น้ำสองสี" ได้
10. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม มีพื้นที่ประมาณ 140 ตารางกิโลเมตร สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงเนินเขา มีหน้าผาสูงชันเลียบไปตามริมแม่น้ำ โขง ซึ่งเกิดจากการแยกตัวของผิวโลก สภาพป่าโดยทั่วไป เป็นป่าเต็งรัง มีหินทรายลักษณะแปลกตากระจายอยู่ทั่ว บริเวณ การเดินทางจากอำเภอโขงเจียม ใช้เส้นทางหลวง 2134 ต่อด้วยเส้นทาง 2112 แล้วแยกขวาไปที่ทำการ อุทยานที่ผาแต้มอีกราว 5 กิโลเมตร รวมระยะทางจากโขงเจียมประมาณ 18 กิโลเมตร
จุดเด่นของอุทยานแห่งนี้ได้แก่ ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ บริเวณผาแต้มและผาขาม มีทางเดินลงไปชมจากที่ทำ การอุทยาน มีอายุไม่ต่ำกว่า 3,000 ปี ภาพเขียนจะอยู่บนผนังหน้าผายาวติดต่อกัน 170 เมตร มีทั้งหมดประมาณ 300 ภาพ เป็นรูปสัตว์ เครื่องมือเครื่องใช้ สัญลักษณ์ และคน เสาเฉลียง อยู่ก่อนถึงผาแต้ม 3 กิโลเมตร เป็นหินตั้งซ้อน กันโดยธรรมชาติ ลักษณะคล้ายดอกเห็ดขนาดยักษ์ ปรากฏเห็นซากเปลือกหอย กรวด ทราย อยู่ในแผ่นหิน นักธรณี วิทยาสันนิษฐานว่า บริเวณนี้เคยเป็นทะเลมาก่อนเมื่อประมาณล้านกว่าปีมาแล้ว นอกจากนี้ยังมี ถ้ำมืด ตั้งอยู่ที่บ้านซะซอม มีพระพุทธรูปแกะสลัก เรียงรายกันมากมาย เคยใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนามา แต่โบราณ น้ำตกสร้อยสวรรค์ ห่างจากโขงเจียม 30 กิโลเมตร ตามเส้นทาง 2112 น้ำตกทุ่งนาเมือง ห่างจากน้ำตกสร้อยสวรรค์ ไปอีก 13 กิโลเมตร และ น้ำตกแสงจันทร์ (น้ำตกรู) ห่างจากน้ำตก ทุ่งนาเมือง 1 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2112
ในเขตอุทยานยังเหมาะแก่การเดินป่า และค้างแรมเพื่อชมความงด งามของธรรมชาติโดยเฉพาะในช่วงปลายฤดูฝนต่อฤดูหนาว ซึ่งมี พรรณไม้ดอกขึ้นอยู่ตามลานหินมากมาย และยังผ่านบริเวณที่น่า สนใจได้แก่ ผาเจ็ก ผาเมย ภูนาทาม ภูโลง สวนหิน ภูกระบอ
ภูจ้อมค้อม และน้ำตกห้วยพอก
11. อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย มีเนื้อที่ประมาณ 686 ตารางกิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาพนมดงรัก ภูจองนายอยเป็นต้นน้ำของลำน้ำโดม น้อยซึ่งไหลสู่เขื่อนสิรินธร มีอาณาเขตติดต่อกับกัมพูชาและลาว จึงทำให้มีสัตว์ป่าหายากหลายชนิด โดยเฉพาะกูปรี การเดินทางใช้เส้นทางสายอุบลราชธานี-วารินชำราบ-เดชอุดม-น้ำยืน-นาจะหลวย ระยะทาง 120 กิโลเมตร ก่อนถึง อำเภอนาจะหลวย 20 กิโลเมตร บนทางหลวงหมายเลข 2248 จะพบทางเข้าที่ทำการอุทยานอยู่ตรงข้ามกับทางเข้า บ้านแก้งเรือง ในอุทยานแห่งนี้มีจุดท่องเที่ยวซึ่งสามารถเดินทางไปชม ได้แก่น้ำตกห้วยหลวง แก่งสามพันปี เส้นทาง เดินศึกษาธรรมชาติพลาญป่าชาด สำหรับแหล่งท่องเที่ยวอื่นต้องขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อุทยานก่อนเข้าไปเที่ยว ได้แก่ น้ำตกเกิ้งแม่ฟอง พลาญแอวขัน สามเหลี่ยมมรกต และจุดชมวิวภูหินด่าง รายละเอียดและที่พักในอุทยานสามารถติดต่อได้ที่ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย บ้านแก้งเรือง
อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี 34280
สินค้าของที่ละลึก
 ผ้าไหมมัดหมี่ เครื่องทองเหลือง
สถานที่พัก (รหัสทางไกล 045)
1. กรุงทอง 152 ถ.ศรีณรงค์ โทร. 254200, 241609, 254245, 242308 จำนวน 130 ห้อง ราคา 280-480 บาท
2. ชายทุ่งริมน้ำ 296 ถ.ชยางกูร โทร. 241467 จำนวน 41 ห้อง ราคา 220-300 บาท
3. ดอลล่าร์ ถ.สุริยาตร์ โทร. 242310 จำนวน 45 ห้อง ราคา 220-300 บาท
4. เนวาด้า แกรนด์ ถ.ชยางกูร โทร. 280999 โทรสาร 283424 จำนวน 152 ห้อง ราคา 1,000-1,200 บาท
5. เนวาด้า อินน์ ถ.ชยางกูร โทร. 313351-8 จำนวน 63 ห้อง ราคา 650-1,000 บาท
6. บดินทร์ 14 ถ.พโลชัย โทร. 241444, 243000 จำนวน 110 ห้อง ราคา 280-600 บาท
7. ปทุมทองการ์เด้น 961 ถ.ชยางกูร โทร. 311617, 311305 จำนวน 52 ห้อง ราคา 450-600 บาท
8. ปทุมรัตน์ 337 ถ.ชยางกูร โทร. 241501-11 กรุงเทพฯ โทร. 254-6501 จำนวน 169 ห้อง ราคา 550-2,500 บาท
9. พีวีทาวเวอร์ ถ.สุรศักดิ์ โทร. 244703-4, 242951-60 จำนวน 100 ห้อง ราคา 210-500 บาท
10. ราชธานี 297 ถ.เขื่อนธานี โทร. 244388-90 โทรสาร 243561 จำนวน 103 ห้อง ราคา 280-800 บาท
11. เรืองรังษีแมนชั่นปาร์ค ถ.ราชธานี โทร. 244744-7, 254294 จำนวน 50 ห้อง ราคา 600-1,500 บาท
12. วีไอพี ถ.ชยางกูร โทร. 242305 จำนวน 51 ห้อง ราคา 420 บาท
13. อุบล (9 ชั้น) 2 ถ.อุบลกิจ โทร. 241045-7, 254952-4 จำนวน 130 ห้อง ราคา 250-700 บาท
14. อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ติดต่อกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 579-7223, 579-5734 บ้านพัก 4 หลัง
ราคา 500-900 บาท
ร้านอาหาร (รหัสทางไกล 045)
1. กุ้ยหลิน ในโรงแรมทอแสง ถนนพโลชัย โทร. 245531-6
2. ขนมนมเนย ถนนอุปลีสาน โทร. 254923
3. คุ้มไท ถนนวรินทร์เดชอุดม โทร. 312390
4. ขายดี 24/20 ถนนสรรพสิทธิ์ โทร. 242017
5. คุณเต่ ถนนนครบาล หลังโรงเรียนอนุบาลอุบล โทร. 242278
6. เจียวกี่ ถนนเขื่อนธานี ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์ โทร. 254017
7. ทวีผล (ขาหมูมีชื่อ) 478/1-2 ถนนพรหมราช โทร. 245000-3
8. ตำหนักอีสาน ถนนอุบลราชธานี-ยโสธร โทร. 312962
9. บลูเบเกอรี่ ถนนสุริยาตร์ โทร. 244810
10. เพลิน ในโรงแรมปทุมรัตน์ ถนนชยางกูร โทร. 241501
11. แพแม่มูล ถนนราชบุตร ท่าน้ำตลาดใหญ่ โทร. 243148
12. โพนยางคำ ถนนชยางกูร ซอยโรงเรียนเทคโนโลยีบ้านดอนกลาง โทร. 312561
13. ราชธานี ในโรงแรมราชธานี ถรรเขื่อธานี โทร. 244377
14. ระเบียงทอง ในโรงแรมรีเจ้นท์พาเลซ ถนนชยางกูร โทร. 255529
15. อินโดจีน (อาหารเวียดนาม) ถนนสรรพสิทธิ์ ข้างวัดแจ้ง โทร. 254126
เบอร์โทรศัพท์ที่สำคัญ (รหัสทางใกล 045)
1. สถานีตำรวจภูธร อ.เมือง โทร. 254216
2. สถานีขนส่งจังหวัด โทร.244342
3. ไปรษณีย์จังหวัด โทร.254001

 

::: www.rakmuangthaitour.com Tel : 0-2873-6880 ::: Developed & Designed By HomepageThai.com