
 |
|
.........................................

บ. รักเมืองไทยทัวร์ จำกัด
สนับสนุนการท่องเที่ยว
ทั่วเมืองไทย เพื่อคนไทย
ในราคาแบบไทยๆ
(มีรายการท่องเที่ยวมากมาย)
ร่วมเดินทางไปกับเราสิครับ
|
|
 |
|
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว จ.อุทัยธานี ครับ
|
|
| แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว จ. อุทัยธานี คร๊าบบบ..เพื่อนๆเคยไปเที่ยวกันแล้วหรือยัง ถ้ายัง..กระโดดขึ้นรถไปด้วยกันเลยครับ | | |  สวัสดีครับเพื่อนๆ... เจอกันอีกแล้วนะครับ ไปๆ..วันนี้เดี๋ยวผมจะพาไปเที่ยวอุทัยธานีกัน
| | | | | | |  หลังจากที่พวกเราได้กลับมาจากการสำรวจเส้นทางภาคใต้ ช่วงแวะทานมื้อเที่ยงที่เขื่อนเชี่ยวหลาน จ.สุราษฏร์ธานี ก็ได้รับคำสั่งให้ไปสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวกันต่อที่ จ. อุทัยธานี ก็ถือโอกาสชวนเพื่อนๆสมาชิกไปพร้อมกับเราเลยครับ | | | | |  เจ้าเพื่อนร่วมทางตัวเดิม เดินทางถึงจ.อุทัยธานี ช่วงดึกก็เลยถือโอกาสพักในตัวเมืองกันก่อน | | | | |  บรรยากาศยามเช้าในตัวเมืองอุทัยธานี ริมแม่น้ำสแกกรัง | | | | |  อุทัยธานี เมืองชนกจักรี ปลาแรดรสดี ประเพณีเทโว ส้มโอบ้านน้ำตก มรดกโลกห้วยขาแข้ง แหล่งต้นน้ำสะแกกรังตลาดนัดดังโคกระบือดินแดนบางส่วนพบหลักฐานว่าเคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์และเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณหลายเมือง ได้แก่เมืองโบราณบึงคอกช้างในสมัยทวารวดี เมืองโบราณบ้านใต้ เมืองโบราณบ้านคูเมือง และ เมืองโบราณการุ้ง ตามตำนานกล่าวว่าในสมัยสุโขทัยท้าวมหาพรหมได้เข้ามาสร้างเมืองที่บ้านอุทัยเก่า(อำเภอหนองฉาง)แล้วพาคนไทยมาอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านกะเหรี่ยงและหมู่บ้านมอญจึงเรียกว่า "เมืองอู่ไทย" ตามกลุ่มหรือที่อยู่ของคนไทย ต่อมาเกิดความแห้งแล้งกระแสน้ำเปลี่ยนทางเมืองจึงถูกทิ้งร้าง ในสมัยอยุธยาชาวกะเหรี่ยงชื่อ "พะตะเบิด" เข้ามาปรับปรุงเมืองอู่ไทยโดยขุดทะเลสาบขังน้ำไว้ใกล้เมืองและเป็นผู้ปกครองเมืองอู่ไทยเก่าคนแรก ชื่อเมืองจึงเรียกเพี้ยนเป็น "เมืองอุไทย" ตามสำเนียงชาวกะเหรี่ยงและมีฐานะเป็นหัวเมืองหน้าด่านชั้นนอกสกัดกั้นกองทัพพม่าที่จะเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีการอพยพผู้คนมาตั้งบ้านเรือนที่ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรังมากขึ้น และได้กลายเป็นที่ตั้งของตัวเมืองอุทัยธานีในปัจจุบัน อุทัยธานีมีสถานที่น่าสนใจทั้งทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และโบราณคดีหลายแห่งที่น่ามาเที่ยวชมและศึกษาหาความรู้ อีกทั้งมีสินค้าที่ระลึกประเภทหัตถกรรมและอาหารการกินมากมายเช่นหน่อไม้รวก ข้าวเกรียบปลา ผลไม้แช่อิ่ม ผ้าทอ เครื่องจักสานซึ่งสามารถนำกลับไปเป็นของฝากได้ครับ | | | | |  แม่น้ำสะแกกรัง | | | | |  หมู่บ้านประมงน้ำจืดบนลำน้ำสะแกกรัง | | | | |  ลำน้ำสะแกกรังไหลผ่านตัวจังหวัดอุทัยธานี มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า ในสมัยก่อน เมื่อพ่อค้าล่องเรือผ่านมา จะรู้ได้ว่าถึงบ้านสะแกกรังแล้ว โดยเฉพาะในเดือนยี่ถึงเดือนสามจะสังเกตได้ชัดเจน ต้นสะแกจะออกดอกเล็กๆ สวยงามดีครับ | | | | |  วัดสังกัสรัตนคีรี ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุทัยธานี | | | | |  เขาสะแกกรัง จากบนยอดเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองอุทัยธานีได้กว้างขวาง เป็นที่ตั้งของมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ด้านหน้ามีระฆังใบใหญ่ที่พระปลัดใจและชาวอุทัยธานีร่วมกันสร้าง ถือกันว่าเป็นระฆังศักดิ์สิทธิ์ ใครที่ไปเที่ยวอุทัยธานีแล้วไม่ได้ขึ้นไปตีระฆังใบนี้ก็เท่ากับไม่ได้ไปเที่ยวอุทัยธานี | | | | |  . | | | | |  จุดท่องเที่ยวถัดไปพวกเราเดินทางสำรวจกันต่อไปที่ น้ำตกไซเบอร์ | | | | |  เส้นทางทุรกันดารพอสมควร ปากทางเข้าน้ำตกไซเบอร์จะมีป้ายบอกว่าห้ามยานพาหนะบางชนิดเข้า(รถเก๋ง) แต่พวกเราไม่ได้สังเกตุป้ายครับ เพราะด้านตรงกันข้ามจะเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยว มัวแต่มองช้างเผือก(สาวๆ) ทานก๋วยเตี๋ยวกัน ก็เลยเข้าใจไปเองว่า อุ๊ย..สาวๆสนใจ มองมาที่รถของพวกเราด้วย กรี๊ดด.. | | | | |  ที่ใหนได้.. | | | | |  คืนนี้เราพักกันที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง บรรยากาศดีมากเลย ก่อนนอนมานั่งเม้าส์กันเกี่ยวกับชีวิตสัตว์ป่าฯลฯ และยังได้ยินเสียงสัตว์ป่าออกหากินด้วยหล่ะ ยิ่งตอนใกล้รุ่งจะมีเสียงไก่ป่าขันปลุกตลอดเวลาเลย | | | | |  แย้จังเลย....ที่นี่จะมีแย้เยอะมากเลย ส่วนรูปนี้จะเป็นรูแย้ครับ จริงๆแล้วแย้จะขุดอุโมงค์ส่วนตัวไว้เยอะมากส่วนใหญ่จะขุดมาเกือบถึงพื้นดินแต่จะไม่ทำเป็นโพรงแบบนี้เอาไว้ตอนมีภัยเค้าจะวิ่งออกมาจากใต้ดินเลยหล่ะครับ โดยที่เราไม่รู้เลยว่าเค้าจะออกมาทางด้านไหน ก็ถือว่าเป็นการเอาตัวรอดอีกอย่างหนึ่ง แต่ถ้าเราอยากจะเช็คว่าเส้นทางหนีเขาอยู่ตรงไหนบ้างก็ให้เอานิ้วจิ้มๆลงไปในดินก็อาจจะเป็นโพรงแบบนี้เลยก็ได้ แถวบ้านผมเขาเรียกว่า(รูพังเหย) | | | | |  จ๊าก....แย้ตัวจริงมาทางใหนเนี๊ยวิ่งผ่านหว่างขามาขณะนั่งจับภาพรูแย้อยู่ ตกใจหมดนึกว่าตัวอะไรวิ่งปรวดปร๊าด..เฉียดวานไปหิดเดียว.. ผมนึกว่าเราเข้าใจผิดไปล้วงเอารูงูบองหลาซะแล้ว ดีนะนี่เป็นกล้องถ่ายรูป | | | | |  ไปๆๆ เราไปเที่ยวป่าห้วยขาแข้งกันดีกว่า | | | | |  ที่นี่จะมีเส้นทางหลัก2เส้นทาง คือเส้นทางห้วยเสลา ระยะทางประมาณ1 KM. กับเส้นหินแดงประมาณ4 KM. ส่วนเส้นทางสบายๆ เจ้าหน้าที่เขาดูแลอย่างดีและมีข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้และสัตว์ป่าแน่นมากครับ | | | | |  ขี้ช้าง | | | | |  เพิ่งกระโดดไปเมื้อตะกี้ กล้องผมจับได้แต่รอย กล้องของคุณจอร์จน่ะเห็นตัวเยอะเลยได้ถ่ายเจ้าเห็ดโคนกวางตัวผู้ที่อยู่แถวนี้แบบป้อนขนมให้กินเลยแต่น่าเสียดายที่เมมโมรี้ของแกเสีย | | | | |  พวกรอยเท้าต่างมีมากมายเลย กวาง หมูป่า ฯลฯ เสือโคร่งกับเสือดาวก็มีเยอะนะที่นี่(อยู่กล้องจอร์จ)พวกเสือเขาจะแสดงอาณาเขตโดยกาเอาขาหลังตะกุยแล้วก็นั่งยองๆสเปรย์(ฉี่)ทับรอยบอกให้เสือตัวอื่นรู้ว่าที่นี่ของข้า พอตัวอื่นมาถ้าเก๋าก็จะสเปรย์ทับ และจะมีตัวที่แข็งแรงกว่าเท่านั้นที่จะอยู่ได้ตามกลไกของธรรมชาติ | | | | |  ลำห้วยเสลานี่แหละครับที่ช่วยหนับหนุนพืชพันธ์และสิ่งมีชีวิต ต่างๆ | | | | |  ยามเช้าและสายๆจะมีผีเสื้อเยอะเลยครับ | | | | |  ตอนนี้เรามาถึงบ้านพักของ คุณสืบ นาคะเสถียร แล้วล่ะครับ | | | | |  . | | | | |  ห้องนอนของท่าน และห้องนี้แหละครับที่ท่านใช้เป็นที่สุดท้ายของชีวิตท่าน ส่วนมุมซ้ายล่างยังมีรองเท้าไนกี้คู่เก่งของท่านด้วย | | | | |  สืบ นาคะเสถียรหรือนามเดิมชื่อ"สืบยศ" เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2492ที่ตำบลท่างาม อำเภอเมืองจังหวัดปราจีนบุรีบิดาชื่อ นายสลับ นาคะเสถียร เคยดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด ปราจีนบุรี มารดาชื่อ นางบุญเยี่ยม นาคะเสถียร สืบ นาคะเสถียรมีพี่น้องทั้งหมด 3 คน โดยสืบ นาคะเสถียร เป็นบุตรชายคนโต น้องชายและน้องสาวอีก 2 คนคือคุณกอบกิจ นาคะเสถียรและคุณกัลยารักษาสิริกุลคุณสืบมีบุตรสาว 1 คน ชื่อชินรัตน์ นาคเสถียร ในวัยเด็ก สืบ นาคะเสถียร ได้ช่วยงานในนาของมารดา ทำงานอยู่กลางแจ้งทั้งวันโดยไม่ปริปากบ่น บุคลิกประจำตัว คือเมื่อเขาสนใจหรือตั้งใจทำอะไรแล้วก็จะมีความมุ่งมั่น ตั้งใจทำอย่างจริงจังจนประสบความสำเร็จ และเป็นผู้ที่มีผลการเรียนดีมาโดยตลอด | | | | |  ต่อมา พ.ศ.2529 สืบได้รับมอบหมาย ปฏิบัติงานในหน้าที่ หัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าตกค้าง ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ เขื่อนรัชชประภา(เชี่ยวหลาน) จังหวัด สุราษฏร์ธานี ให้เข้าไปช่วยเหลืออพยพสัตว์ป่าที่ตกค้าง ในอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเกิดจากการสร้างเขื่อนเชี่ยวหลาน สืบได้ทุ่มเทเวลาให้กับการกู้ชีวิตสัตว์ป่าที่หนีภัยน้ำท่วม โดยไม่ได้นึกถึง ความปลอดภัยของตนเองเลย จากการทำงานชิ้นดังกล่าวสืบ นาคะเสถียรเริ่มเข้าใจ ปัญหาทั้งหมดอย่างถ่องแท้ เขาตระหนักว่าลำพังงาน วิชาการเพียงอย่างเดียว ย่อมไม่อาจหยุดยั้งกระแส การทำลาย ป่าและสัตว์ป่าอันเป็นปัญหา ระดับชาติได้ ดังนั้น เมื่อมีกรณี รัฐบาลจะสร้างเขื่อนน้ำโจน ในบริเวณทุ่งใหญ่ฯ สืบจึงโถมตัวเข้าคัดค้านเต็มที่ | | | | |  งานวิจัยศึกษาสัตว์ป่าเป็นงานที่สืบ ทำได้ดีและมีความสุขในการทำงานวิชาการมาก สืบรักงานด้านนี้เป็นชีวิต จิตใจ อันเป็นจุดเริ่มต้นที่เขาได้ผูกพัน กับสัตว์ป่าอย่างจริงจัง เขาเริ่มใช้เครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง วีดีโอ กล้องถ่ายภาพนิ่งและการสเก็ตซ์ภาพ ในการบันทึกงานวิจัยทั้งหมด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้กลาย เป็นผลงานการวิจัยสัตว์ป่าชิ้นสำคัญของเมืองไทยในเวลาต่อมา มรดกที่สืบมอบให้กับคนรุ่นหลัง คือภาพถ่ายสไลด์สัตว์ป่าหายากนับพันๆ รูป ม้วนเทปวิดีโอภาพ สัตว์ป่าและปัญหา การทำลายป่าไม้ในเมืองไทยอีกหลายสิบม้วน ซึ่งสืบเป็นคนถ่ายเอง และหลายครั้งที่เขาลงทุนไปเช่าห้องตัดต่อ ในกรุงเทพฯ เพื่อตัดต่อเทปด้วยตนเอง | | | | |  ต่อมาได้รับคำสั่งให้ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง จังหวัดสุราษฏร์ธานี อีกตำแหน่ง และนอกจากนั้นก็ยังได้เป็นอาจาย์พิเศษ ประจำภาคชีววิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อรัฐบาลจะสร้างเขื่อนน้ำโจน จังหวัดกาญจนบุรี สืบได้จัดเตรียมเอกสารข้อมูลทางด้าน บทความและภาพถ่าย ทุ่มเทพลังใจและกาย เพื่อคัดค้านกรณีเขื่อนน้ำโจน และการบุกรุกทำลาย ทรัพยากiธรรมชาติทุกรูปแบบ เขารีบเร่งทำรายงานผลการอพยพสัตว์ป่าจากเขื่อนเชี่ยวหลาน เพื่อบอกทุกคนให้รู้ว่า กาiช่วยเหลือสัตว์ป่า ที่ถูกทำลายถิ่นที่อยู่นั้น เป็นเรื่องที่เกือบจะไร้ผลโดยสิ้นเชิง สืบยืนยันว่าการสร้างเขื่อนได้ทำลาย ล้างเผ่าพันธุ์ แหล่งอาหาร ตลอดจน ที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าอย่างรุนแรงและกว้างขวางเกินไป กระทั่งความช่วpเหลือ จากมนุษย์ ไม่สามารถชดเชยได้ โดยการรวมพลังของกลุ่มนักอนุรักษ์ฯต่างๆในที่สุดโครงการสร้างเขื่อนน้ำโจน ก็ได้ถูกระงับไป | | | | |  พ.ศ.2531 สืบได้กลับเข้ามารับราชการที่กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ และต่อมา พ.ศ.2532 สืบ นาคะเสถียร ได้เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าเขต รักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สืบได้พยายามในการที่จะ เสนอให้ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และห้วยขาแข้งมีฐานะเป็นมรดกของโลก โดยได้รับการยกย่องอย่างเป็นทางการ จากองค์การ สหประชาชาติ สืบเล็งเห็นว่า ฐานะดังกล่าวจะเป็นหลักประกัน สำคัญที่คอยคุ้มครองป่าผืนนี้เอาไว้ อย่างถาวร ปลายปี พ.ศ. 2532 สืบได้รับทุน ไปเรียนต่อระดับปริญญาเอก ที่ประเทศอังกฤษ พร้อม ๆ กับได้รับมอบหมาย ให้ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นป่าอนุรักษ์ที่มีความสำคัญมากไม่แพ้ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวร แต่ในที่สุด สืบ ก็ตัดสินใจเดินทางเข้ารับตำแหน่ง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง แม้จะรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าเต็มไปด้วย ความยากลำบากนานัปการ ป่าห้วยขาแข้งเป็นผืนป่าที่อุดมไปด้วยพรรณไม้และสัตว์ป่าอันล้ำค่า ทำให้หลายฝ่ายต่างก็จ้องบุกรุกเข้ามา หาผลประโยชน์ สืบได้แสดง เจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะรักษาป่าผืนนี้ ไว้ให้ได้อย่างชัดแจ้ง ตั้งแต่วันแรก ที่เข้าไปรับงานหัวหน้าเขตฯ เขาได้ประชุมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าห้วยขาแข้งทั้งหมด และได้ประกาศ ให้รู้ทั่วกันว่า “ ผมมารับงานที่นี่ โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน” สืบ นาคะเสถียร พยายามปกป้องป่าห้วยขาแข้งอย่างเข้มแข็ง แต่ก็ ไม่อาจหยุดยั้ง การบุกรุกของกลุ่มที่แสวงหาผลประโยชน์ได้ การดูแลผืนป่าขนาดหนึ่งล้านไร่ ด้วยงบประมาณและกำลังคนที่จำกัด กลายเป็นภาระหนักอึ้งที่ตกอยู่บนบ่า ของเขา มันทั้งกัดกร่อนบั่นทอนและสร้างความตึงเครียดให้กับสืบอยู่ตลอดเวลา สืบค้นพบว่าปัญหาสำคัญ ของห้วยขาแข้งเกิดจากความยากจนที่ดำรงอยู่โดยรอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้ ทำให้กลุ่มผลประโยชน์ และผู้มีอิทธิพลสามารถยืมมือชาวบ้านในเขตป่าสงวนเข้ามาตัดไม้ และลักลอบล่าสัตว์ในเขตป่าอนุรักษ์ ได้อย่างต่อเนื่อง ในทรรศนะของเขา หนทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาได้คือการสร้างแนวป่ากันชนขึ้นมา จากนั้น อพยพราษฎร ออกนอกแนวกันชน แต่พัฒนาแนวกันชนดังกล่าวให้เป็นป่าชุมชนที่ชาวบ้านสามารถเข้าไปหาประโยชน์ได้ อย่างไรก็ตาม สืบไม่มีอำนาจเพียงพอที่จะเข้าไปจัดการเรื่องนี้ให้ปรากฏเป็นจริง ดังนั้นเขาจึงได้พยายามประสานงานกับผู้ใหญ่ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงให้เห็นถึงความสำคัญของแนวคิด ดังกล่าว แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจฟังปล่อยให้สืบ ต้องดูแลป่าห้วยขาแข้งไปตามยถากรรมด้วยความเหนื่อยล้า ความผิดหวังและความคับแค้นใจ เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2533 สืบ นาคะเสถียร ตัดสินใจผ่าทางตันด้วยการสั่งเสียลูกน้อง คนสนิท และเขียนจดหมายสั่งลา 6 ฉบับ ชำระสะสางภาระ รับผิดชอบและทรัพย์สินส่วนตัวที่คั่งค้าง มอบหมาย เครื่องใช้ และอุปกรณ์ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่า ให้สถานีวิจัย สัตว์ป่าเขานางรำ เพื่อนำไปใช้ตาม วัตถุกระสงค์ดังกล่าว ตั้งศาลเพื่อแสดงความคารวะต่อ ดวงวิญญาณของเจ้าหน้าที่ ซึ่งพลีชีพรักษาป่าห้วยขาแข้ง แล้วสวดมนต์ไหว้พระ จนจิตใจสงบขณะที่ฟ้ามืดกำลัง เปิดม่านรับวันใหม่ เสียงปีนดังขึ้นนัดหนึ่งในราวป่าลึก ที่ห้วยขาแข้ง สืบ นาคะเสถียร ก็ปิดม่านชีวิตของเขาลง และเป็นบทเริ่มต้น ตำนานนักอนุรักษ์ไทย สืบ นาคะเสถียร ผู้ที่รักป่าไม้ สัตว์ป่าและธรรมชาติ ด้วยกายวาจา | | | | |  และหลังจากนั้นอีกสองอาทิตย์ต่อมา ห่างจากบริเวณที่เกิดเสียงปืนดังขึ้นไม่กี่สิบเมตรบรรดาเจ้าหน้าที่ ระดับสูงของกรมป่าไม้ รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด นายทหาร นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ นายอำเภอ ป่าไม้เขต และ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ อีกนับร้อยคน ต่างกุลีกุจอมาประชุมกันที่ห้วยขาแข้ง อย่างแข็งขัน เพื่อหามาตรการป้องกันการบุกรุก ทำลายป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สืบ นาคะเสถียร รอวันนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เขามาดำรงตำแหน่ง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้แล้ว แต่หากไม่มีเสียงปืนนัดนั้น การประชุมดังกล่าวก็คงไม่เกิดขึ้นเช่นกัน... การจากไปของสืบ นาคะเสถียรได้ส่งผลสะเทือนอย่างล้ำลึกต่อผู้คนที่รักธรรมชาติ และแสวงหาความเป็นธรรม ในสังคม ทั้งนี้เพราะว่าในยามที่ยังมีชีวิตอยู่ สืบมิได้เป็นเพียงข้าราชการอาชีพที่มีภาระการงานเกี่ยวกับการพิทักษ์ป่า และสัตว์ป่าเท่านั้น หากเป็นผู้นำคนสำคัญของขบวนการอนุรักษ์ธรรมชาติในประเทศไทยเป็นผู้ที่เคยต่อสู้เพื่อปกปัก รักษาทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติโดยไม่คำนึงภัยอันตรายใดๆ การจากไปของเขานับเป็นความสูญเสีย ครั้งยิ่งใหญ่ และเป็นความสูญเสียที่นักอนุรักษ์ธรรมชาติทุกคนไม่อาจปล่อยให้ ผ่านพ้นไป โดยปราศจากความทรงจำ ใบไม้ร่วง ห้วยขาแข้ง สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ ๓๗ ฉบับที่ ๑๘ ๒๕๓๓ | | | | |  | | | | |  . | | | | |  กะโหลกช้าง ภายในมูลนิธิ สัตว์ป่าก็มีชีวิตจิตรใจ เกิดมาร่วมโลกใบเดียวกันกับเรา ให้ความรักกับพวกเขาด้วยนะครับ | | | | |  คุณเห็นอะไรมั๊ยครับ ..... ธรรมชาติจะอยู่กับเราถ้าเราช่วยกันดูแลรักษา | | | | |  กิ้งก่า กำลังจับแมลง เสียงดังแกว๊กก..ตกใจนึกว่าเสือมา | | | | |  ไปเที่ยวกันต่อครับ ที่วัดท่าซุง | | | | |  หอไตร | | | | |  ด้านข้างจะเป็นแม่น้ำสะแกกรัง จะมีนักท่องเที่ยวเอาอาหารมาให้ปลาอยู่ตลอด ส่วนผมลืมซื้อขนมปังมา โดนปลาขบเอาเล็บหัวแม่มือกำ กะจะเอารูปนี้ไปเป็นหลักฐานแจ้งความกับสารวัตรช่อน ส.น.บาดาล | | | | |  เป็นวังเลย | | | | |  จะมีผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยวที่เยอะนะครับ ผมพาท่านเข้าไปนมัสการหลวงพ่อฤษีลิงดำข้างในกันดีกว่าครับ | | | | |  ภายในมีสังขารของหลวงพ่อฤษีลิงดำไม่เน่าไม่เปื่อย อยู่ในโลงแก้วให้นักท่องเที่ยวได้สักการะกราบไว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลครับ... หลังจากนั้นพวกผมก็กลับ กรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ ไว้วันหลังจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้ชมกันต่อนะครับ สวัสดีครับ.. | | | | |
[ ดูเนื้อหาเรื่องอื่นๆ ] |
|
|
|